เกี่ยวกับเรา

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

tangball2008.comถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยทีมงานผู้ชื่นชอบดูบอลและการแทงบอลผลบอลสด แทงบอลออนไลน์ผู้เขียนใช้นามปากกาว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ซึ่งเป็นนักเตะทีมชาติเขาเป็นดาวระดับโลกที่มีความคมจบสกอร์ได้อย่างสุดยอด ตัดสินใจมาทำเว็บ ผลบอลสำหรับแฟนบอลของตัวเองและ ทีมอื่นๆ อีกด้วย


โปรไฟล์ผู้เขียน

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
นักฟุตบอล
เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ปัจจุบันเล่นให้กับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ฟัน ไดก์ เข้าร่วมฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2014 วิกิพีเดีย
เกิด: 8 กรกฎาคม 2534 (อายุ 29 ปี), เบรดา, เนเธอร์แลนด์
ความสูง: 1.93 ม.
น้ำหนัก: 92 kg
คู่สมรส: Rike Nooitgedagt
ทีมปัจจุบัน: สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (#4 / กองหลัง), ฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ (กองหลัง)
รางวัล: รางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า,

เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ปัจจุบันเล่นให้กับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ฟัน ไดก์ เข้าร่วมฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2014


เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

เซลติก
ในวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ฟัน ไดก์ ได้บรรลุข้อตกลงทำสัญญา 4 ปี กับสโมสรฟุตบอลเซลติกด้วยค่าตัว 2.6 ล้านปอนด์ เขาได้ลงสนามนัดแรกในวันที่ 17 สิงหาคม ด้วยการเปลี่ยนตัวลงไปแทนเอเฟ แอมโบรส ในช่วง 13 นาทีสุดท้ายในนัดที่พบกับสโมสรฟุตบอลแอเบอร์ดีน

เซาแทมป์ตัน
ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2015 ฟัน ไดก์ ได้ย้ายมายังสโมสรฟุตบอลเซาแทมป์ตันด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ ในสัญญา 5 ปี เขาได้ลงสนามนัดแรกให้กับทีมในนัดที่ไปเยือนสนามเดอะฮอว์ธอร์นของสโมสรฟุตบอลเวสต์บรอมวิชอัลเบียนในวันที่ 12 กันยายน ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 0-0

ลิเวอร์พูล
ในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 มีข่าวว่า ฟัน ไดก์ ได้ตกลงร่วมทีมลิเวอร์พูลในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาววันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2018 ด้วยค่าตัวราว 75 ล้านปอนด์ซึ่งจะกลายเป็นสถิติค่าตัวสูงที่สุดในโลกของผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง[3][4]

ฤดูกาล 2017-18
ในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2018 เอฟเอคัพ รอบสาม ฟัน ไดก์ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกและทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[5]

ฤดูกาล 2018-19
ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ 2-0[6] ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้ ฟัน ไดก์ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยื่ยมประจำเดือนธันวาคมของพรีเมียร์ลีก

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 5-0[7] ต่อมา ในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก ที่อัลลีอันทซ์อาเรนา 3-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[8] ต่อมา ในวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โปร์ตู จากโปรตุเกส 4-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ โปร์ตู 6-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[9]

ในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำฤดูกาล 2018-19 ส่งผลให้ ฟัน ไดก์เป็นนักเตะคนที่ 8 ของลิเวอร์พูล ที่ได้รับรางวัลนี้ถัดจาก มุฮัมมัด เศาะลาห์ (2017-18), ลุยส์ ซัวเรซ (2013-14), สตีเวน เจอร์ราร์ด (2005-06), จอห์น บาร์นส์ (1987-88), เอียน รัช (1983-84), เคนนี ดัลกลิช (1982-83) และเทอร์รี แม็คเดอร์ม็อตต์ (1979-80)[10] รวมทั้ง ฟัน ไดก์ยังได้ติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ร่วมกับ ซาดีโย มาเน, แอนดรูว์ รอเบิร์ตสัน และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 3 นักเตะของลิเวอร์พูล อีกด้วย ต่อมา ในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ที่เซนต์เจมส์พาร์ก 3-2[11] ต่อมา ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่วันดาเมโตรโปลิตาโน ในมาดริด, ประเทศสเปน สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ได้สำเร็จ[12] รวมถึง ฟัน ไดก์คว้ารางวัล Man of the Match ในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย

ฤดูกาล 2019-20
ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2019 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2019–20 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019–20 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นอริชซิตี 4-1[13] ต่อมา ในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2019 ลิเวอร์พูล แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018–19 เจอกับ เชลซี แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2018–19 ที่สนามโวดาโฟนพาร์ก, อิสตันบูล ประเทศตุรกี สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 5-4 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ สมัยที่ 4 ได้สำเร็จ[14] ต่อมา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน 2-1[15] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ ฟลาเม็งกู ตัวแทน คอนเมบอล ในฐานะแชมป์เก่าของ โกปาลิเบร์ตาโดเรส ที่สนามกีฬาแห่งชาติคาลิฟา ในโดฮา, ประเทศกาตาร์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟลาเม็งกู ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก สมัยแรกได้สำเร็จ[16]

ในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2020 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะคู่ปรับตลอดกาล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-0[17] ต่อมา ในวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2020 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ที่เซนต์เจมส์พาร์ก 3-1[18] จบฤดูกาล ฟัน ไดก์ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้สำเร็จ[19] ฟัน ไดก์ยังได้ติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ร่วมกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดรูว์ รอเบิร์ตสัน, ซาดีโย มาเน และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 4 นักเตะของลิเวอร์พูล อีกด้วย[20]

ฤดูกาล 2020-21
ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2020 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2020–21 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020–21 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ลีดส์ยูไนเต็ด 4-3[21] ต่อมา ในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2020 ฟัน ไดก์ได้รับบาดเจ็บหนักที่เส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า จากการปะทะกับ จอร์แดน พิกฟอร์ด ผู้รักษาประตูของเอฟเวอร์ตัน ส่งผลให้ ฟัน ไดก์ ต้องพักยาวตลอดทั้งฤดูกาลแล้ว


สถิติอาชีพ

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค


สโมสร
ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2020
Appearances and goals by club, season and competition
สโมสร ฤดูกาล ลีก National Cup[a] League Cup[b] ยุโรป อื่น ๆ รวม
Division ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
โครนิงเงิน 2010–11[22] เอเรอดีวีซี 5 2 0 0 — — — 5 2
2011–12[22] เอเรอดีวีซี 23 3 1 0 — — — 24 3
2012–13[22] เอเรอดีวีซี 34 2 3 0 — — — 37 2
รวม 62 7 4 0 — — — 66 7
เซลติก 2013–14[23] สกอตติชพรีเมียร์ชิป 36 5 2 0 1 0 8[c] 0 — 47 5
2014–15[24] สกอตติชพรีเมียร์ชิป 35 4 5 4 4 0 14[d] 2 — 58 10
2015–16[25] สกอตติชพรีเมียร์ชิป 5 0 — — 5[c] 0 — 10 0
รวม 76 9 7 4 5 0 27 2 — 115 15
เซาแทมป์ตัน 2015–16[25] พรีเมียร์ลีก 34 3 1 0 3 0 — — 38 3
2016–17[26] พรีเมียร์ลีก 21 1 1 1 2 0 6[e] 2 — 30 4
2017–18[27] พรีเมียร์ลีก 12 0 — 0 0 — — 12 0
รวม 67 4 2 1 5 0 6 2 — 80 7
ลิเวอร์พูล 2017–18[27] พรีเมียร์ลีก 14 0 2 1 — 6[c] 0 — 22 1
2018–19 พรีเมียร์ลีก 38 4 0 0 0 0 12[c] 2 — 50 6
2019–20 พรีเมียร์ลีก 38 5 1 0 0 0 8[c] 0 3[f] 0 50 5
2020–21[28] พรีเมียร์ลีก 5 1 0 0 2 0 0 0 1[g] 0 8 1
รวม 95 10 3 1 2 0 26 2 4 0 130 13
รวมทั้งหมด 300 30 16 6 12 0 59 6 4 0 391 42
Appearances in KNVB Cup, Scottish Cup and FA Cup
Appearances in Scottish League Cup and League Cup/EFL Cup
Appearances in UEFA Champions League
Six appearances in UEFA Champions League, eight in UEFA Europa League
Appearances in UEFA Europa League
One appearance in FA Community Shield, one in UEFA Super Cup, one in FIFA Club World Cup
One appearance in FA Community Shield
ทีมชาติ
ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2020[29]
Appearances and goals by national team and year
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
เนเธอร์แลนด์ 2015 3 0
2016 9 0
2017 4 0
2018 8 3
2019 9 1
2020 5 0
รวม 38 4
ประตูในนามทีมชาติ
As of match played on 21 March 2019. Netherlands score listed first, score column indicates score after each Van Dijk goal.[29]
International goals by date, venue, cap, opponent, score, result and competition
No. Date Venue Cap Opponent Score Result Competition
1 26 March 2018 Stade de Genève, Geneva, Switzerland 18 ธงชาติโปรตุเกส โปรตุเกส 3–0 3–0 Friendly
2 13 October 2018 Johan Cruyff Arena, Amsterdam, Netherlands 22 ธงชาติเยอรมนี เยอรมนี 1–0 3–0 2018–19 UEFA Nations League A
3 19 November 2018 Arena AufSchalke, Gelsenkirchen, Germany 24 2–2 2–2
4 21 March 2019 De Kuip, Rotterdam, Netherlands 25 ธงชาติเบลารุส เบลารุส 4–0 4–0 UEFA Euro 2020 qualifying
เกียรติประวัติ
สโมสร
เซลติก

Scottish Premiership: 2013–14, 2014–15
Scottish League Cup: 2014–15
เซาแทมป์ตัน

EFL Cup runners-up: 2016–17
ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก: 2019–20
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 2018–19
ยูฟ่าซูเปอร์คัพ: 2019
ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก: 2019
รางวัลส่วนตัว
PFA Players’ Player of the Year: 2018–19
PFA Team of the Year: 2018–19, 2019–20
PFA Player of the Month: พฤศจิกายน 2018, กุมภาพันธ์ 2019[30]
Premier League Player of the Season: 2018–19
Premier League Player of the Month: ธันวาคม 2018[31]
UEFA Men’s Player of the Year Award: 2018–19
UEFA Defender of the Season: 2018–19
UEFA Team of the Year: 2018, 2019
UEFA Champions League Squad of the Season: 2017–18, 2018–19
UEFA Nations League Finals Team of the Tournament: 2019
FIFA FIFPro World XI: 2019, 2020
FIFA FIFPro World XI 5th Team: 2018
Liverpool Fans Player of the Season: 2018–19
Liverpool Players’ Player of the Season: 2018–19
Southampton Player of the Season: 2015–16
PFA Scotland Team of the Year: 2013–14, 2014–15
Celtic FC Players’ Player of the Year: 2013–14
Goal 50: 2018–19
IFFHS Men’s World Team: 2019, 2020
ESM Team of the Year: 2018–19, 2019–20
Ballon d’Or: 2019 (2nd place)
Standard Chartered Liverpool Player of the Month: สิงหาคม 2018[32], กุมภาพันธ์ 2019